การศึกษาที่เป็นนวัตกรรมใหม่เผยให้เห็นว่าขยะมูลฝอยในครัวเรือนสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงเจ็ทคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นทางออกในการลดการปล่อยก๊าซในอุตสาหกรรมการบินได้ถึง 90% กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการคัดแยก การอบแห้ง และการเปลี่ยนเป็นก๊าซของขยะเพื่อผลิตไฮโดรคาร์บอนที่ตรงตามมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงเจ็ท นวัตกรรมนี้สามารถเปลี่ยนแปลงการจัดการขยะและภาคพลังงาน พร้อมทั้งรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Tsinghua และโปรแกรม Harvard-China วิเคราะห์การปล่อยก๊าซในวงจรชีวิตเต็มของกระบวนการนี้ โดยเน้นว่าการปรับปรุงกระบวนการจัดการขยะและการใช้พลังงานหมุนเวียนสามารถเพิ่มประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น โดยเฉพาะการจับและกักเก็บ CO2 ระหว่างการเปลี่ยนเป็นก๊าซ หรือการผสม CO2 ที่ได้จากขยะกับไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนเป็นวิธีที่น่าหวังในการปรับปรุงประสิทธิภาพและลดการปล่อยก๊าซให้มากขึ้น
ผลกระทบทั่วโลกและนโยบายสนับสนุน
การผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงเจ็ทจากขยะทั่วโลกอาจแตะระดับ 80 ล้านตันต่อปี ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงเจ็ททั่วโลกได้มากกว่า 25% และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญ ประเทศต่าง ๆ เช่น จีน รวมถึงภูมิภาคในสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และอินเดีย ได้มีนโยบายสนับสนุนการนำพลังงานสะอาดมาใช้ในอุตสาหกรรมการบิน โดยมีเป้าหมายในปี 2030 และต่อเนื่อง
แม้ว่าต้นทุนในปัจจุบันจะเทียบเท่ากับราคาตลาดของ SAF แต่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและขนาดเศรษฐกิจอาจทำให้ต้นทุนลดลงได้อีก การวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจชี้ให้เห็นว่าการผลิต SAF จากขยะอาจนำไปสู่การประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมากเมื่อเทียบกับการซื้อเครดิตคาร์บอนในช่วงที่ราคาคาร์บอนเพิ่มขึ้น
แนวทางนวัตกรรมนี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการบินสู่เชื้อเพลิงที่ยั่งยืนซึ่งได้จากขยะในชีวิตประจำวัน ผู้เชี่ยวชาญเน้นว่าความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สายการบิน และอุตสาหกรรมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้บรรลุศักยภาพสูงสุดและเร่งการลดคาร์บอนในการเดินทางทางอากาศ
ผลการวิจัยได้รับการเผยแพร่ในวารสาร Nature Sustainability.

