สิงคโปร์ประกาศว่าจะดำเนินการเก็บภาษีเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF) สำหรับผู้โดยสารที่ออกจากสนามบินนานาชาติชางงี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 ภาษีใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของสิงคโปร์ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเดินทางทางอากาศและส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงหมุนเวียน ภาษีนี้จะรวมอยู่ในบัตรโดยสารสายการบินที่ซื้อจากเดือนเมษายน 2026 สำหรับเที่ยวบินหลังจากเดือนตุลาคม โดยมีอัตราที่แตกต่างกันตามระยะทางและชั้นโดยสาร โดยเที่ยวบินที่ไกลและชั้นพรีเมียมจะเสียค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น
เงินที่ได้จากภาษีนี้จะนำไปสนับสนุนการผลิตและจัดหา SAF ซึ่งได้จากแหล่งเช่น น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วและของเสียทางการเกษตร SAF มีศักยภาพในการลดการปล่อยคาร์บอนจากการบินสูงสุดถึง 80% ทำให้เป็นส่วนสำคัญของความพยายามของสิงคโปร์ในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการบินที่ยั่งยืนในภูมิภาค
ผลกระทบต่อสายการบินและผู้โดยสาร
โครงการนี้สนับสนุนให้สายการบินนำเชื้อเพลิงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ และส่งเสริมให้ผู้โดยสารเลือกตัวเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เลือกเที่ยวบินชั้นประหยัดตรงๆ สิงคโปร์ตั้งเป้าที่จะแสดงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการบินสีเขียว โดยการดำเนินนโยบายนี้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสภาพอากาศระดับนานาชาติ และสนับสนุนอนาคตของการเดินทางทางอากาศที่ยั่งยืนมากขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทั่วโลก
ในอนาคต การดำเนินการเก็บภาษีนี้สะท้อนแนวโน้มในอุตสาหกรรมการบินที่มุ่งหาทางออกที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการนวัตกรรมและความร่วมมือระดับโลกในการลดรอยเท้าคาร์บอนของการบิน นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ประเทศอื่นๆ ตามตัวอย่างของสิงคโปร์ ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งทางอากาศมีความยั่งยืนและรับผิดชอบมากขึ้นทั่วโลก

