สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และสายการบินไทยแปดสายการบินได้ให้คำมั่นอย่างเป็นทางการในการขยายการใช้เชื้อเพลิงการบินอย่างยั่งยืน (SAF) ผ่านบันทึกความเข้าใจ (MoU) ฉบับล่าสุด ข้อตกลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมการบินของประเทศ โดยสนับสนุนเป้าหมายของไทยในการลดการปล่อยคาร์บอนและบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050
สายการบินที่เกี่ยวข้อง—ไทยแอร์เวย์, บางกอกแอร์เวย์ส, K-Mile Air, Nok Air, ไทยแอร์เอเชีย, ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์, ไทยไลออนแอร์ และไทยเวียดเจ็ทแอร์—ได้ตกลงที่จะส่งเสริมการบูรณาการ SAF เข้ากับการดำเนินงานของพวกเขา ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับพันธสัญญาของไทยภายใต้โครงการชดเชยและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) หรือ CORSIA และยังมุ่งหวังที่จะวางตำแหน่งประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการบินสีเขียวในภูมิภาค
การรับมือกับความท้าทายและแผนในอนาคต
CAAT ได้รับรู้ถึงต้นทุนสูงของ SAF ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญ เพื่อบรรเทาปัญหานี้ หน่วยงานกำลังพิจารณาแนวคิดการนำค่าธรรมเนียมคาร์บอนแบบสมัครใจสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศเริ่มตั้งแต่ปี 2026 ค่าธรรมเนียมนี้จะช่วยชดเชยการปล่อยก๊าซในภาคการบินของไทย และอาจเป็นแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้สายการบินนำเชื้อเพลิงสีเขียวมาใช้มากขึ้น CAAT มุ่งมั่นที่จะดำเนินการอย่างโปร่งใสและปฏิบัติตามกฎระเบียบระหว่างประเทศในการพิจารณานโยบายนี้
การใช้ SAF คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซอย่างมีนัยสำคัญ และสนับสนุนความพยายามของไทยในการปฏิบัติตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับโลก ความร่วมมือนี้เป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตที่ยั่งยืนของการบินไทย โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำในภูมิภาคด้านการเดินทางทางอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยก๊าซ

