การดำเนินงานของสายการบินทั่วโลกเผชิญกับแรงกดดันอย่างมากเนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเจ็ทที่พุ่งสูงขึ้นทำให้สายการบินต้องลดความสามารถและยกเลิกเที่ยวบิน สายการบินหลักในยุโรป เช่น KLM ได้ประกาศยกเลิกเที่ยวบินหลายสิบเที่ยว โดยข้อมูลชี้ให้เห็นว่าความสามารถลดลง 3% สำหรับเดือนพฤษภาคมในกลุ่มสายการบินชั้นนำ 20 อันดับ การลดลงนี้เกิดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดหาเชื้อเพลิงและเพิ่มต้นทุนการดำเนินงาน
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) เตือนว่าในยุโรปเหลือเชื้อเพลิงเจ็ทสำรองเพียงหกสัปดาห์เท่านั้น ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อสายการบิน สายการบินในยุโรป เช่น Lufthansa ได้ตอบสนองโดยการหยุดบินและปิดสายการบินในเครือ ขณะที่สายการบินในสหรัฐ เช่น Delta และ United กำลังลดความสามารถและปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเพื่อชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น สายการบินจีนก็ปรับตารางบินและยกเลิกเที่ยวบินเนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงยังคงสูง
ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มอุตสาหกรรม
ความขัดแย้งในอิหร่านและมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่การจัดหาเชื้อเพลิงเท่านั้น แต่ยังสร้างความไม่แน่นอนเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันทั่วโลก อิหร่านยืนยันว่าช่องแคบเปิดอยู่ ทำให้ราคาน้ำมันลดลงชั่วคราว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงไม่เสถียร ส่งผลต่อการตัดสินใจของสายการบินทั่วโลก นักวิเคราะห์คาดว่าการลดความสามารถอาจเพิ่มขึ้นหากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งอาจส่งผลให้การเติบโตของอุตสาหกรรมโดยรวมชะลอตัวลงในปีนี้
"การลดความสามารถเพิ่มเติมน่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากสายการบินปรับเส้นทางและตารางบินท่ามกลางต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น" นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมกล่าว
โดยรวมแล้ว อุตสาหกรรมการบินกำลังปรับตัวต่อความท้าทายเหล่านี้ผ่านการปรับเปลี่ยนฝูงบินและการยกเลิกเส้นทาง แต่ยังคงคาดว่าจะเกิดความวุ่นวายเพิ่มเติมหากปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์และห่วงโซ่อุปทานยังคงดำเนินต่อไป สถานการณ์นี้เน้นให้เห็นถึงความเปราะบางของเครือข่ายการขนส่งทั่วโลกต่อความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของตลาดพลังงาน

