สิงคโปร์กำลังเตรียมเปิดตัวภาษีเชื้อเพลิงการบินสีเขียวแบบบุกเบิกในปี 2026 โดยมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในอุตสาหกรรมการบิน โครงการนี้จะกำหนดภาษีเป็นระดับตามระยะทางและชั้นโดยสารของผู้โดยสาร โดยรายได้จะนำไปสนับสนุนการพัฒนาและการนำเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF) มาใช้ มาตรการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายระดับชาติเกี่ยวกับการนำ SAF มาใช้ในสัดส่วน 3 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2030 และแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของประเทศในด้านการเดินทางทางอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สำนักงานการบินพลเรือนของสิงคโปร์ (CAAS) ประกาศว่าภาษีนี้จะนำไปใช้กับตั๋วโดยสารสายการบินที่ขายตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2026 สำหรับเที่ยวบินที่ออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 รายได้ที่เกิดขึ้นจะสนับสนุนโครงการ SAF ซึ่งผลิตจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนและมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศน้อยกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงแบบเดิม ผู้โดยสารที่เดินทางไปยังภูมิภาคต่าง ๆ เช่น เอเชียตะ Southeast Asia, Northeast Asia, ออสเตรเลีย, แอฟริกา, ยุโรป และอเมริกา จะต้องชำระภาษีแตกต่างกันไปตามชั้นโดยสารและปลายทาง เที่ยวบินขนส่งสินค้าเองก็จะถูกรวมอยู่ในโครงการนี้ โดยคิดค่าธรรมเนียมตามน้ำหนักเป็นกิโลกรัม
ผลกระทบระดับโลกและอุตสาหกรรม
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการวางตำแหน่งสิงคโปร์ให้เป็นผู้นำด้านการบินสีเขียว นอกจากนี้ยังสนับสนุนสายการบินที่ดำเนินงานในสิงคโปร์ให้หันมาใช้แหล่งพลังงานที่ยั่งยืนมากขึ้นเพื่อลดผลกระทบทางการเงิน การเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับแนวโน้มระดับนานาชาติ เช่น สหรัฐอเมริกาและสมาชิกของสหภาพยุโรปได้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมการนำ SAF มาใช้ สุดท้ายแล้ว ภาษีนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิต SAF เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมนี้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่ามาตรการของสิงคโปร์อาจเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่น ๆ นำไปใช้ ในขณะที่ภาคการบินยังคงเผชิญกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความพยายามเช่นนี้เป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมนวัตกรรม ลดการปล่อยก๊าซ และเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แคมเปญการให้ความรู้แก่สาธารณะจะถูกเปิดตัวเพื่อแจ้งให้ผู้เดินทางทราบเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และประโยชน์ของภาษีนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจและการยอมรับ
ในอนาคต สิงคโปร์วางแผนที่จะขยายความริเริ่มด้านความยั่งยืนเพิ่มเติม รวมถึงการเพิ่มภาษีและสิ่งจูงใจสำหรับเชื้อเพลิงสีเขียว การดำเนินการเก็บภาษีนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในความพยายามระดับโลกในการลดคาร์บอนในการบิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกำหนดมาตรฐานสูงสำหรับการเดินทางทางอากาศที่รับผิดชอบทั่วโลก

